ปัจจุบันนิติบุคคลที่มีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลแตกต่างกัน มีอัตราและเงื่อนไขอะไรบ้าง?
ปัจจุบันนิติบุคคลที่มีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลแตกต่างกัน มีอัตราและเงื่อนไขอะไรบ้าง?

ตอบ   โดยทั่วไปนิติบุคคลจะมีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลอัตราร้อยละ 30 จากกำไรสุทธิต่อปี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อสนับสนุนและจูงใจให้มีการดำเนินการเพื่อสนองนโยบายรัฐบาลต่างๆ โดยสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้นิติบุคคล มีดังต่อไปนี้
                
       1. มาตรการภาษีเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาตลาดทุนไทย โดยการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อจูงใจให้บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และตลาด MAI (พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 387) ดังนี้
            1.1 อัตราร้อยละ 25 สำหรับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่ปัจจุบัน (ก่อนวันที่ 5 กันยายน 2544) และมีกำไรสุทธิไม่เกิน 300 ล้านบาท เป็นระยะเวลาไม่เกิน 5 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน
            1.2 อัตราร้อยละ 25 สำหรับบริษัทใหม่ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2544 ถึง 31 ธันวาคม 2548 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 5 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน
            1.3 อัตราร้อยละ 20 สำหรับบริษัทใหม่ที่เข้าจดทะเบียนใน MAI ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2544 ถึง 31 ธันวาคม 2548 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 5 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน

       2. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 394)ปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับผู้ประกอบการขนาดย่อมเฉพาะกรณีที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท ดังนี้

                          กำไรสุทธิ (บาท)                      อัตราภาษี (ร้อยละ)
                          1 � 1,000,000                           20
                          1,000,001 � 3,000,000                   25
                          3,000,001 ขึ้นไป                            30

       3. มาตรการภาษีเพื่อปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (ขยายเวลาการยกเว้นภาษีสำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จะสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2546 ออกไปถึง 31 ธันวาคม 2547) (พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 418)

       4. มาตรการสนับสนุนการจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (Regional Operating Headquater: ROH) (พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 405 และ 406)
            4.1 ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิให้แก่ ROH เฉพาะรายได้จากการให้บริการ ด้านการบริการ ด้านการบริหาร ด้านเทคนิคและบริการสนับสนุนอื่นๆ
            4.2 ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิให้แก่ ROH สำหรับเงินได้ค่าสิทธิที่สำนักงานได้จากการวิจัยและพัฒนา (ที่ทำในไทย)
            4.3 ลดอัตราภาษีเงินได้ เหลืออัตราร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิให้แก่ ROH สำหรับดอกเบี้ยที่ได้รับจากบริษัท/ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันหรือสาขา
       4.4 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินปันผลที่ให้แก่ ROH
       4.5 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัท/ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย
       4.6 ให้ ROH สามารถหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินประเภทอาคารถาวรที่สำนักงานซื้อหรือได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในอัตราร้อยละ 25 ของมูลค่าต้นทุน ส่วนที่เหลือให้ทยอยหักภายในระยะเวลา 20 ปี

       5. กรณีการประกอบกิจการวิเทศธนกิจ ได้แก่
            5.1 กิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้กู้ยืมต่างประเทศ (Out-Out)
            5.2 กิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้กู้ยืมในประเทศ (Out-in)
            5.3 กิจการวิเทศธนกิจอื่นๆ (พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 259, 260 และ 307)
 

ประเภทกิจการ

ภาษีเงินได้นิติบุคคล
(ร้อยละ) 
 

ภาษีธุรกิจเฉพาะ
(ร้อยละ)
 

 อากรแสตมป์ 

ภาษีการจำหน่ายกำไร
  (ร้อยละ)
 

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ดอกเบี้ยที่ส่งไป
ต่างประเทศ (ร้อยละ)
 

 OUT � OUT

 10

 ยกเว้น

 ยกเว้น

 ยกเว้น

 ยกเว้น

 OUT � IN

 10

 ยกเว้น

 ยกเว้น

 10

 10

 

 หรือ 0

 

 

 

 

 วิเทศธนกิจอื่น

 10

 ยกเว้น

 ยกเว้น

 10

 10

 วานิชธนกิจอื่น

 30

 3

 ไม่ยกเว้น

 10

 10

 กรณีทั่วไป

 30

 3

 ไม่ยกเว้น

 15

 15